สุดสัปดาห์ที่กำลังจะผ่านไปนี้ถือเป็น “สัปดาห์นรก” สำหรับผม
งานยุ่งตามปกติ แถมเลิกงาน ผมต้องแบกงานมาทำที่บ้าน เป็นการถอดเทปการประชุม ทีผมต้องนั่งปั้น นั่งเขียนบันทึกการประชุมให้มันดีๆ
วันพุธแว่บไปตรวจห้อง ต้องขอกราบขอบพระคุณ “พี่สาและน้องโบ (ล่ำ)” ที่ไปช่วยเป็นกำลังเสริม (หรืออาจจะเป็นกำลังหลักก็ว่าได้ เพราะเจ้าของห้องมันโง่และไม่ค่อยละเอียดหุหุหุ) และคืนนั้นก็ไปคาราโอเกะ (ไม่ได้ไปตั้งนานแล้วววว)
วันพฤหัสกับศุกร์ ยุ่งตามระเบียบ
คืนวันศุกร์ ผมเริ่มลุยทำบันทึกประชุม ฟังไปพิมพ์ไป คนพูดก็พูดไปเรื่อย คนฟังก็มึน จับประเด็นยาก ไม่แน่ใจว่าคนพูดเขาเข้าใจไหมว่าที่ประชุมเขาพูดประเด็นไหนกันอยู่ ไม่รู้ว่าเขาเห็นใจคนทำบันทึกการประชุมไหมว่าต้องมานั่งเขียนให้มันดูดี
ผมทำจนรู้สึกสมองตื้อ ทำไม่ไหวแล้วถึงไปนอน
วันเสาร์ ผมตื่นเช้าขึ้นมา ชงการแฟ กินข้าวกินปลา ออกไปเซ็นทรัล(ตามสูตร) ไปซื้อของเข้าบ้านและกาแฟ Starbuck ระยะหลังซื้อแบบประหยัดฮับ แต่ก่อนซื้อ latte แต่ตอนนี้ซื้อ Americano แล้วเอามาใส่นมที่บ้าน ปริมาณคาแฟอีนเพิ่มขึ้น แต่รสชาติคล้ายเดิม ผมเริ่มทำอีกทีตอนบ่ายๆ ตกเย็น ไม่ไหวแล้ว ออกไปหาอะไรกิน จริงๆไม่อยากกินอะไรหนัก แต่ตอนนี้ต้องทำงาน ผมไม่ควรล่อยให้หิว และตบท้ายด้วย Americano อีกแก้ว (ไม่ใช่ Starbuck นะกินบ่อยๆก็ไม่ไหวนะฮาฟฟ)
หลังจากกาแฟ 3 แก้ว สุดท้ายงานเสร็จ ตี 2
…
ถามว่างานหนักไหม คำตอบคือมันก็ไม่หนักมากหรอก ตอนทำ IS (independent study หรือสาระนิพนธ์) อ่ะโหดกว่านี้อีก ต้องอ่าน journal ไม่รู้กี่อัน ก่อนเอามาสรุป เขียนให้เป็นไปตามที่เราคิด แน่นอน เสร็จก่อนส่งแบบสดๆร้อนๆ หรือตอนเรียน ป.ตรี ก็เผางานกันข้ามคืน หรือตอนทำข่าวต้องดักสัมภาษณ์ นั่งถอดเทปทั้งวัน ก็สนุกสนานกันไป เพราะมันมีเหตุของมัน
สำหรับผม งานหนักผมว่าผมสู้ไหว ไม่ว่ากันหรอก
แต่คำถามคือ กับงานแบบนี้ กับเรื่องแบบนี้ในองค์นี้ควรจะมีการวางแผนงานที่ดี แต่ทำไม “เละ” จนสุดท้ายคนที่ต้องมานั่งแก้นั่งจัดการปัญหากลับกลายเป็นกลุ่มคนที่มีหน้าที่แค่คอยตรวจสอบว่าขั้นตอนมันโปร่งใสและสมเหตุสมผล
นอกจากนี้บางทีคนที่เกี่ยวข้องกับงานนี้อาจจะต้องลองทบทวนวิธีคิดเสียใหม่ อยากบอกว่า ตอนที่อ่านเอกสารการประชุมเด็กโง่ๆอย่างผมยังมี เครื่องหมายคำถามเลย ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นในที่ประชุมที่มีมีความแตกฉานในภาษาและประสบการณ์มากกว่าผมเยอะ อีกอย่างผมว่าเขาไม่ละเอียดกันเลยตกหล่นคำบางคำที่ถ้าคิดให้ลึกอาจจะมีผลกระทบตามมา (ผมอาจจะคิดมากไป แต่เรื่องอย่างนี้กันไว้ดีกว่าแก้) ไม่เข้าใจว่าหลุดมาได้ยังไง
ทั้งหมดนี้ผมไม่ได้อยากจะประณามใครหรอก ผมก็แค่บ่นๆไปเท่านั้นเอง ผมแค่อยากทงานให้ดี และอยากให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างมีความสุข ไม่รู้สึกกดดันกับงาน และผมยังสนุกกับการมานั่งทำบันทึกการประชุมนี้อยู่ และผมอยากทำให้มันดีขึ้นไป (เท่าที่สติปัญญาจะพอมี)
ผมคิดในใจว่า ก็ทุกวันนี้ เขาจ้างผมมาทำงานนี่ ก็ทำให้ดีแล้ว กัน
แต่ผมแค่สงสัยว่าคนที่ pay grade สูงกว่าผมน่ะ เขาคิดว่าเขาทำหน้าที่ของเขาได้ดีพอหรือยัง