ปีใหม่กำลังมาอีกแล้ว ปีนี้คงเป็นสุดท้ายที่ผมสามารถถือได้ว่ามีเลข 2 นำหน้า ปีหน้าขึ้นเลข 3 แล้วฮาฟฟฟ
โดยรวม ปีนี้ผมก็มีความสุขเรื่อยๆ มี challenge ตอนต้นปี ด้วยว่าเริ่มผ่อนดาวน์คอนโด ตลอดปี ผมก็รู้สึกป่วนๆกับเรื่องภาระเหล่านี้นิดหน่อยแต่สุดท้ายก็รอดมาได้
กลางๆปีชีวิตผมดูมีสุขขึ้นเล็กน้อย แต่อย่างว่าความสุขมักอยู่ไม่นานและสุดท้ายมันก็ผ่านพ้นไป ผมได้บทเรียนว่าไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามเราควรคุมสตินิ่งๆไว้ อย่าปล่อยให้จิตมันเตลิด มันเหนื่อย
เรื่องงาน ช่วงกลางปีไม่ค่อยมีอะไร ทุกอย่างไปเรื่อยๆ แต่มาปลายปีงานยุ่งสุดๆ ผมกับใครอีกหลายคนต้องมาช่วยกันตามแก้ปัญหาต่างๆ ผมรู้สึกว่าแย่ที่คนที่ pay grade สูงกว่า แต่ทำงาน “ห่วย” และเป็นเหตุให้คนอื่นอีกหลายคนต้องมาตามแก้ คิดเล่นๆว่าจะจ้างคนเหล่านี้ด้วยเงินเดินแพงๆทำไม ถ้าไม่รู้จักแก้ปัญหาให้ดี
แต่พอบ่นให้นายฟัง นายสอนว่า ไอ้ตี๋การทำงานในองค์กรก็เป็นยังงี้แหละเราก็ต้องช่วยๆกันแก้ปัญหาให้มันผ่านไป ถือซะว่าช่วยกันประคับประคองให้งานมันเสร็จไปนะ อีกอย่างทำยังงี้ก็เป็นการซื้อใจเขานะเฟ้ย
แล้วผมก็เข้าใจมากขึ้นถึงคำว่า “มืออาชีพ” คืออาจจะเหนื่อยหรือหงุดหงิดกับคนบางคนที่ทำงานไม่ได้เรื่อง แต่เราควรที่จะแสดงความเป็น “มืออาชีพ” เพื่อแก้ปัญหามันต่อไปเพื่อให้องค์กรมันเดินต่อไปได้ไง
ปีนี้นอกจากบทเรียนเรื่องการทำงานแล้ว ทักษะที่ผมได้อีกอย่างคือ การปรับอารมณ์และความคิด มี 2-3 ครั้งที่ผมเซ็งเพราะผิดหวัง แต่เหมือนจิตมันเริ่มเรียนรู้ให้จัดการกับความรู้สึกตัวเอง แม้ว่าความผิดหวังนั้นจะเกี่ยวกับเรื่องงานซึ่งเป็นเรื่องที่ผมให้ความสำคัญมากกกกก แต่ไม่น่าเชื่อ ผมใช้เวลา “นั่งคุย” กับจิตใจผมเองและค่อยๆปรับความคิด ไม่นานนักก็ “สลัดหลุด” กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม อยากขอบคุณ เรื่องราวและปัญหาต่างๆที่เข้ามาคับ ^^ ตั้งใจว่าปีหน้าฟ้าใหม่ จะพยายามทำให้ดีกว่าเดิม
สุดท้ายนี้ ผมอยากขอขอบคุณผู้สนับสนุนดังต่อไปนี้ที่ช่วยสร้างเสริมประสบการณ์บางชนิด
ขอบคุณเจ้านาย (Ms. F@14B) ที่ให้โอกาส และพูดอะไรหลายอย่างแบบตรงๆและแฟร์ๆ ขอบคุณเจ้านายอีกคน (Mr. J @15B) ที่สอนให้เห็นถึงวิธีคิดและวิธีการ convince คนในการทำงานองค์กรใหญ่และสอนให้ “มองในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น”
ขอบคุณพี่ๆในออฟฟิศ ที่สอนงานเสมอมา ขอบคุณพี่ๆต่างออฟฟิศที่สอนงานในสิ่งที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน
ขอบคุณพี่ที่ “นั่งใกล้ๆกัน” ที่สอนให้ใจเย็นๆกับเรื่องต่างๆในชีวิต รวมถึงเรื่องชีวิตครอบครัว
ขอบคุณพี่ที่ “นั่งห่างออกไปหน่อย” ที่สอนให้รู้ว่าความสุขแบบ “พอเพียงและเป็นคนธรรมดา” เป็นยังไง (ผมว่าพี่เขาเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดในโลกคนนึงเลยนะ)
ขอบคุณ เพื่อนๆทุกๆคนที่ทำให้ชีวิต “สนุก” และทำให้โลกนี้ไม่เหงาจนเกินไป
ขอบคุณ “ป๋าป๊อก” ที่ช่วยสร้าง “สีสัน” ให้ชีวิต (รักป๋า ณ ฮาฟฟฟฟฟ อิอิอิ)
ขอบคุณ “เจ๊หนิง” อุตส่าห์มาเป็น “เมียจำเป็น” มาช่วยสร้าง concept ห้องกะเลือกเฟอร์นิเจอร์ (จะโดนมันเตะมั๊ย เรียกมันเมียจำเป็น 555)
ขอบคุณพี่อัจที่สอนให้ค่อยๆเข้าใจชีวิตมากขึ้น
ขอบคุณ “เพื่อนเก่าคนนั้น” กับมื้อเย็นวันนั้นที่ทำให้รู้ว่าเธอเป็นคนเดิม และความรู้สึกผมมันไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อ 10 ปีที่แล้วสักเท่าไหร่ (ความรู้สึกบางอย่างมัน “ทุ้มอยู่ในใจ” เสมอ)
ขอบคุณอี๊บ่วยที่แนะนำให้เกิดอะไรดีๆขึ้นใน “ครอบครัว” ของผม
และขอบคุณ ป๋ากับแม่ที่เลี้ยงดูมา และไม่บังคับให้ทำอะไรเลย
ขอบคุณนะคับ
PS: A special thanks to Ms. P who really enriched the meaning of my life, albeit a freakingly short period.