เรื่องดีๆวันตรุษจีน

มีเรื่องอยากเล่า อยากบันทึก

เมื่อวานเป็นวันไหว้เจ้าของเทศกาลตรุษจีน เป็นวันที่เราจะเชิญอาม่าอากงที่ไม่ได้อยู่กะเราแล้วมากินข้าว คงเป็นนัยว่าให้ระลึกถึงกัน

และก็มีการแจกอั่งเปา

สมัยเป็นเด็กหลายคนอาจจะตื่นเต้น แต่ผมเฉยๆ ผมโดนสอนว่า ไม่ต้องไปตระเวนรับอั่งเปาจากญาติๆหรอกนะ แต่ว่าถ้าใครฝากมาก็รับไว้ แต่ผมเองก็ไม่รู้หรอก แม่เก็บหมด ทำให้ผมเองไม่ค่อยได้สนใจมันด้วยซ้ำ

โทรศัพท์ดังขึ้น

“คิว วันนี้ว่าเปล่า” อาอี๊ (คุณน้า) ถาม

“เอ่อ ว่างคับ” จริงๆแล้วไม่อยากไปไหน พ่อกับแม่ไม่เคยบังคับให้ช่วยไหว้เจ้าและผมไม่เคยหยุดเรียนช่วงตรุษจีน สำหรับผมตรุษจีนเป็นวันที่ผมต้องกินของไหว้และลงมาจุดธูปไหว้เจ้าเท่านั้น

“งั้นมาหาอี๊หน่อย มาไหว้อาม่าแล้วก็มาเอาซองไปให้อากู๋”

อากู๋หรือคุณลุงเป็นลูกชายคนโตของอาม่า (คุณยาย) อี๊ช่วยเหลือเรื่องเงินแกตลอด และส่งแต๊ะเอียไปให้ทุกปี

พอขึ้นไปหาอี๊ ผมไหว้อากงอาม่าและอาอี๊อีกคนที่เสียไปนานแล้ว อี๊เอาซองของอากู๋ให้ และยื่นอีกซองให้ผมเป็นซองสีทอง

“อันนี้ให้คิวนะ”

ที่ผ่านมาอี๊ไม่เคยให้แตะเอียผมและเป็นคนสอนแหละว่าไม่ต้องไปตระเวนรับแต๊ะเอีย และผมเองก็เฉยๆ ผมงงๆ อะไรหว่าซองหนาๆ ในนั้นมีซองจดหมายอีกใบ แต่พอแง้มซองดูจากที่งงกลายเป็นตกใจ

ถึงขั้นช๊อค

เพราะเป็นเช็คหนึ่งล้านบาทลงชื่อผม

ผมบอกว่าไม่เอาอี๊ ผมไม่ต้องการหรอก ไม่ต้องห่วงคิดว่าสักวันน่าจะหาได้นะ อี๊เก็บไว้เหอะให้น้องก็ได้

อี๊บอกว่า

“อันนี้อี๊ตั้งใจให้นะ ให้เพราะคิวเป็นคนดี อี๊ภูมิใจในตัวคิวนะ”

อี๊สะอื้น ผมเองน้ำตารื้น ตกใจ (สารภาพว่าตอนพิมพ์ถึงบรรทัดนี้ ผมก็ยังน้ำตารื้นอยู่เลย)

 ไม่รู้สิ อาจจะเพราะดีใจและตื้นตันใจมั้งที่อี๊บอกว่าภูมิใจ พ่อแม่และทุกคนที่บ้านไม่เคยมีใครบอกอะไรผมเลย คือผมเองก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรนะเฉยๆ รู้ว่าเขารักและห่วงนะ ทำให้คิดว่าอย่าทำตัวเองให้เป็นปัญหากับใครก็พอแล้ว

(ผมเองมารู้ทีหลังว่าแม่นอนร้องไห้หลังจากที่ผมเอาเงินเดือนเดือนแรกยื่นให้… สารภาพ ถึงบรรทัดนี้ ตาผมมีน้ำตาอีกแล้ว)

อี๊บอกต่อว่า เงินนี้เป็นเงินที่ได้จากการขายบ้านหลังเก่า ที่ผ่านมาอี๊เอาเงินมาช่วยโปะบ้านที่เราอยู่ทุกวันนี้ จะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ไม่นานมานี้เราเพิ่งขายบ้านหลังเก่าได้ แม่เลยเอาเงินคืนอี๊ไป (อย่างว่านี่แหละนิสัยแม่ผมไม่ชอบติดค้างไป) และก็เป็นเงินก้อนนี้แหละที่มาอยู่ในเช็คใบนี้

หลังจากยื้อสักพักผมก็ต้องเก็บเช็คนั้นไว้ เดินไปหาแม่ด้วยความรู้สึกอึ้งๆ สับสนหน่อยๆ ว่าเอาไงดี

เจอแม่ก็ไม่ได้บอกอะไรเขามากแค่ฝากซองไว้ แล้วบอกว่าเก็บให้ดีๆ แล้วเดี๋ยวกลับมาคุย

แล้วผมก็นั่งรถไปหาอากู๋ ปฏิบัติภารกิจ ระหว่างนั่งรถผมสับสน ลังเล คนใกล้ตัวผมจะรู้ว่าผมสนใจเรื่องการเงิน กองทุนตลาดหุ้นแค่ไหน (แม้ว่าจะได้ C วิชา finance เพราะโง่เลขเข้าขั้นหนัก) ดังนั้นได้เงินมามีหรือจะไม่อยากเอาไปลงทุน คือพอนึกถึงตัวเลข ก็มี portfolio แบบขำๆขึ้นมาในหัวทันทีว่าจะไปลงasset แบบไหนบ้าง

แต่อีกใจนึง ผมคิดว่าควรคืนพ่อกะแม่ไป เป็นเงินเขานี่หว่า เป็นน้ำพักน้ำแรงของเขาทั้งชีวิต อีกอย่างทั้งชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยให้อะไรเขาเลย มีแต่แบมือขอ ดังนั้นให้เขาไปเหอะ

เอ หรืออีก choice ให้เขาไปบางส่วนเก็บไว้บางส่วน

เอาไงดีวะ

คิดไปคิดมา ผมรู้สึกว่าบางทีการได้ตังค์มาอย่างนี้อาจทำให้เราไม่รู้ค่ามัน ตอนที่จะซื้อกองทุนครั้งแรก ผมตื่นเต้น เปิด net อ่านโน่นอ่านนี่ ทำการบ้าน จดโน่นจดนี่ เพราะเรารู้สึกว่านี่เป็นเงินเก็บของเรา ไม่อยากเสียมันไปง่ายๆ แม้จะเหนื่อย วุ่นวาย แต่สิ่งท่าตามมาคือความรู้ เพราะได้อ่าน (จนพอจับทางได้บ้างนิดหน่อย ยังมีให้รู้อีกเยอะคับ)

คิดไปคิดมา ผมตัดสินใจว่าคืนแม่ไปเหอะ ไม่เป็นไรน่า คิดว่าสักวันต้องหาได้

ทันทีที่ถึงออฟฟิศ ผมเดินไปคุย แน่นอนแม่เปิดดูแล้วว่าข้างในเป็นอะไร

ผมก็บอกว่า แม่เอาไปเหอะ อี๊ให้มานะ

แล้วตาของแม่ก็เริ่มมี้น้ำตา เสียงพูดเริ่มกลายเป็นสียงสะอึกสะอื้น

ผมเองก็ไม่ต่างกัน

“แกเอาไปลงทุนเหอะ เห็นบอกอยากซื้อกองทุนไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ก็เก็บไว้ให้น้องนะ มีกันอยู่ 3 คน”

ผมบอก “นี่มันเงินแม่นะ เก็บใว้เหอะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ทุกวันนี้เราก็มีกินมีใช้ ไม่ต้องหรอก ไม่จำเป็นต้องใช้หรอก”

หลังคุยกันไปมาสักครู่ กลายเป็นผมเก็บเงินไว้

สารภาพว่าใจหนึ่งดีใจและใจหนึ่งก็กังวล ดูเหมือนเป็นภาระ คือผมไม่คิดอยากได้มันแล้วไง เพราะรู้สึกว่าเป็นของของแม่หรือของอี๊ แต่เอาเหอะ เขาให้มา ก็ต้องเอามาทำให้เกิดประโยชน์

เลยตัดสินใจว่าจเอามันไปลงทุนและเป็นเงินเก็บในชีวิตแหละ และคงจะไม่ใช้ ถ้าไม่มีเหตุอะไร และคงไม่เอาไปโปะคอนโดหรอก เพราะทุกอย่างมัน on track ของมัน (กลัวว่าวินัยการเงินจะเสียได้ ถ้ามีเงินช่วยเยอะขนาดนี้)

และที่สำคัญผมก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ของของผมอยู่ดี

สิ่งที่ทำได้คือเอามันไปลงทุนอย่างที่อยากทำ ผมสัญญากับตัวเองว่าจไม่เอาเบิกมาใช้เป็นอันขาดเว้นแต่จำเป็นและฉุกเฉินจริงๆ

อยากบอกว่าทั้งหมดที่เล่ามา สิ่งที่ดีใจมากไม่ใช่เงินเลย (คิดว่าสักวันต้องหาได้นะ) แต่เป็นสิ่งที่อี๊พูดต่างหาก เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งในชีวิตที่น้ำตาไหลเพราะอี๊ไม่เคยพูดอย่างนี้เลย

อี๊กะแม่ทำให้ตรุษจีนปีนี้ของผมดูมีความหมายกว่าเดิมนัก

ขอบคุณนะคับอี๊

Advertisement
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to เรื่องดีๆวันตรุษจีน

  1. Ni says:

    ดีใจด้วยนะอิค เราเองก็คิดเหมือนกันว่ามันไม่ใช้เงินของเรา ก็จะรู้สึกแปลก ๆ แต่ถ้าคนให้เค้าตั้งใจให้ ก็รับไว้และทำให้เงินก้อนนี้งอกเงย ที่สำคัญ ความกตัญญูคือที่สุดของชีวิต คนจีนเค้าว่ากันไว้ คนกตัญญูจะเจริญ ก็ดูแลอี้และครอบครัวให้ดี ๆ (เราเชื่อว่าอิคทำได้) ตอบแทนบุญคุณเค้า เราว่าแค่นี้เค้าก็ปลื้มใจแล้วล่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s